Morihachi (โมริฮะจิ)
คืออะไร ?
“โมริฮะจิ” ประกอบด้วย 5 เมืองใหญ่และ 7 เมืองย่อย รวม 12 แห่งที่เคยเป็นแคว้นนัมบุในอดีต ครอบคลุม 8 พื้นที่รอบเมืองโมริโอกะ จังหวัดอิวาเตะ เชื่อมต่อไปยังเมืองมิยาโกะ
เมืองอิวาอิซุมิ และข้ามไปยังเมืองคาซุโนะกับเมืองโคซากะในจังหวัดอากิตะ บนเส้นทางท่องเที่ยวจากฮาจิมันไตสู่ทะเลสาบโทวาดะ
ชื่อ “โมริฮะจิ” ตั้งขึ้นเพื่อให้จดจำได้ทันที และรู้สึกคุ้นเคยจนอยากกลับมาเยือนซ้ำ ๆ
ธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง
ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของอุทยานแห่งชาติโทวาดะฮาจิมันไต อุทยานแห่งชาติซันริคุฟุกโก และวนอุทยานฮายาจิเนะ ให้คุณสนุกกับกิจกรรมได้ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นปีนเขา เดินป่า เล่นกิจกรรมทางน้ำ หรือสกี
แหล่งออนเซ็นผ่อนคลาย
พื้นที่ฝั่งตะวันตกเป็นที่ตั้งของแหล่งน้ำพุร้อนหลากสไตล์ เช่น สึนางิ, โอชุกุ และฮาจิมันไต
ที่นี่โดดเด่นทั้งเรื่องคุณภาพและปริมาณน้ำแร่ที่อุดมสมบูรณ์ จนกลายเป็นจุดหมาย
ยอดฮิตสำหรับคนที่อยากมาแช่ออนเซ็นเพื่อพักผ่อนอย่างแท้จริง
ขุมทรัพย์แห่งอาหาร
อิ่มอร่อยกับวัตถุดิบชั้นเลิศที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหารทะเลสด ๆ จาก “ซันริคุ” แหล่งประมงที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ไปจนถึงผลผลิตจากเทือกเขาคิตากามิ และเนื้อวัววากิวชั้นดีอย่าง “เนื้อวัวอิวาเตะ” ที่คัดมาเพื่อคนรักการกินโดยเฉพาะ
ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
ดื่มด่ำประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของย่าน “โมริฮะจิ” ตั้งแต่การเดินเล่นในย่านเมืองเก่ารอบปราสาทโมริโอกะ ตามรอยบุคคลสำคัญผ่านหอเกียรติยศต่าง ๆ ไปจนถึงความมหัศจรรย์ของถ้ำมังกร “ริวเซ็นโด” ที่นี่เต็มไปด้วยสถานที่อันทรงคุณค่าและเทศกาลท้องถิ่นที่จัดอย่างยิ่งใหญ่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
1. เมืองโคซากะ (Kosaka)
สัมผัสเสน่ห์แห่งทะเลสาบโทวาดะและกลิ่นอายยุคเมจิ
เมืองที่โอบล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบโทวาดะ และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านมรดกทางอุตสาหกรรมสมัยเมจิที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ อาทิ โรงละครไม้”โคราคุคัง” และอาคารที่ทำการเหมืองเก่า ที่นี่มีกิจกรรมและเทศกาลที่น่าสนใจตลอดทั้งปี
• มิถุนายน: สัมผัสความหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ใน “เทศกาลดอกอะคาเซีย”
• กรกฎาคม: ร่วมงานเฉลิมฉลอง “เทศกาลริมทะเลสาบโทวาดะ”
• ฤดูหนาว: ดื่มด่ำกับบรรยากาศในงาน “ตำนานฤดูหนาวโทวาดะ”
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทาน ในฤดูใบไม้ร่วงขอแนะนำกิจกรรมเก็บเกี่ยวองุ่นบนที่ราบสูง และลิ้มลอง “ไวน์โคซากะนานาทากิ” ที่ผลิตจากองุ่นป่ารสเลิศ รวมถึงเมนูขึ้นชื่ออย่าง “คัตสึราเมน” ที่ใช้เนื้อหมูคุณภาพแบรนด์ “โมโมะบูตะ”
นอกจากนี้ บริเวณจุดพักรถโคซากะนานาทากิ ยังเป็นที่ตั้งของ “น้ำตกนานาทากิ” ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น เหมาะสำหรับการแวะพักเพื่อสัมผัสความสดชื่นจากธรรมชาติอย่างเต็มที่
2. เมืองคาซุโนะ (Kazuno)
เต็มอิ่มกับธรรมชาติและมรดกวัฒนธรรมระดับโลก
เมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของอากิตะ โอบล้อมด้วยธรรมชาติของทะเลสาบโทวาดะและฮาจิมันไต เดินทางสะดวกเพียง 1 ชั่วโมงจากเมืองหลัก
ที่นี่โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมเก่าแก่กว่า 1,300 ปี อย่าง ไดนิจิโด บุงากุ, ฮานาวะ บายาชิ และระบำเคมาไน มรดกโลกยูเนสโก พร้อมแหล่งประวัติศาสตร์อย่าง วงหินโอหยุและ เหมืองโอซาริซาวะ
อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะต้นกำเนิดอาหารพื้นเมืองอย่าง “คิริทันโปะ” หรือข้าวสวยตำที่นำมาปั้นเสียบไม้แล้วย่างและยังรายล้อมไปด้วยบ่อน้ำพุร้อนชื่อดังอย่าง หมู่บ้านออนเซ็นฮาจิมันไต และ ยูเซะออนเซ็น จึงเป็นพื้นที่ที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ อาหารเลิศรส และการแช่น้ำแร่ได้อย่างเต็มอิ่ม”
3. เมืองฮาจิมันไต (Hachimantai)
สัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างสบาย ๆ
เมืองท่ามกลางธรรมชาติ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดอิวาเตะ และถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ใจกลางภูมิภาคโทโฮคุตอนเหนือที่เดินทางเข้าถึงได้สะดวกสบาย
ไฮไลต์ของที่นี่คือความยิ่งใหญ่ของแนวเทือกเขาและผืนป่าโบราณในเขตอุทยานแห่งชาติโทวาดะฮาจิมันไต ที่จะเปลี่ยนสีสันอย่างงดงามในช่วงใบไม้ร่วง คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับ “ฮาจิมันไต ดราก้อนอาย” (บึงน้ำรูปดวงตามังกร) สุดมหัศจรรย์ และสัมผัสกำแพงหิมะสูงระฟ้าที่เปิดต้อนรับในแต่ละฤดูกาล
นอกจากนี้ยังมีภูมิประเทศแปลกตาอย่าง “ทุ่งลาวายะเคะฮาชิริ’ ที่เกิดจากพลังของภูเขาไฟ พร้อมแหล่งออนเซ็นหลากสไตล์ให้ได้ผ่อนคลาย ส่วนในฤดูหนาว ที่นี่จะกลายเป็นสวรรค์ของนักเล่นสกีจากทั่วโลกที่หลงใหลในหิมะคุณภาพเยี่ยม ทำให้ฮาจิมันไตเป็นจุดหมายปลายทางที่เที่ยวสนุกได้ครบรสตลอดทั้งปี
4. เมืองอิวาเตะ (Iwate)
เมืองแห่งต้นน้ำที่รื่นรมย์ด้วยศิลปะและพรรณไม้
โอบล้อมด้วยทิวเขาคิตาคามิและเทือกเขาโออุ ทำให้มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และโดดเด่นด้านการผลิตผักผลไม้รสเลิศจากสภาพอากาศที่มีความต่างของอุณหภูมิสูง
เมืองนี้มีศูนย์กลางการท่องเที่ยวอยู่ที่ “จุดพักรถอิชิงามิโนะโอกะ” ซึ่งผู้มาเยือนจะได้ลิ้มรสกะหล่ำปลีสายพันธุ์พิเศษ “อิวาเตะฮารุมิโดริ” บลูเบอร์รี่สด และเมนูท้องถิ่นหลากหลายรูปแบบ ภายในพื้นที่ยังประกอบด้วยหอศิลป์และสวนสาธารณะที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก” ซึ่งเหมาะสำหรับการชมงานศิลปะควบคู่ไปกับความงามของดอกไม้
นอกจากนี้ เมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะ “เมืองแห่งสายน้ำ” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “น้ำพุยูฮะซุ” ต้นกำเนิดของแม่น้ำคิตากามิอันยิ่งใหญ่ พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านระบำสุนัขจิ้งจอก ในงานประเพณี “เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงคาวากุจิ” โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเยือนได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟท้องถิ่นและรถไฟชินคันเซ็น
5. เมืองคุซุมากิ (Kuzumaki)
เมืองแห่งทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ นมสด ไวน์ และพลังงานสะอาด
เป็นเมืองต้นแบบด้านพลังงานสะอาด ภายใต้สโลแกน “เมืองแห่งเส้นละติจูดที่ 40: ดินแดนแห่งน้ำนม ไวน์ และพลังงานบริสุทธิ์” โดยโดดเด่นเรื่องการใช้พลังงานลมและพลังงานชีวภาพอย่างก้าวหน้า
ในขณะเดียวกัน ที่นี่ถือเป็นแหล่งปศุสัตว์ชั้นนำของภูมิภาคโทโฮคุ คุณจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของฟาร์มบนที่ราบสูง และลิ้มรสผลิตภัณฑ์จากนมคุณภาพเยี่ยม ทั้งน้ำนมสด ชีส และโยเกิร์ตที่ขึ้นชื่อ
ที่นี่โดดเด่นด้านอุตสาหกรรมป่าไม้และมีโปรแกรม “เรียนรู้และสัมผัสธรรมชาติ” ที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังสืบทอดวัฒนธรรมอาหารอย่าง “โซบะทำมือ” และ “ไวน์องุ่นป่า” ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมชมกิจกรรมดั้งเดิมอย่าง “การแข่งสู้วัวกระทิง” ณ ที่ราบสูงฮิระนิวะ ซึ่งสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและประเพณีได้อย่างลงตัว
6. เมืองชิซุกุอิชิ (Shizukuishi)
ทริปชิล ๆ กับฟาร์มและออนเซ็น
ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาทางทิศใต้ของภูเขาอิวาเตะ เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและโดดเด่นด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว โดยมีจุดเช็คอินหลักคือ “ฟาร์มโคอิวาอิ” ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน รวมถึงออนเซ็นและลานสกีชื่อดัง นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่นักเขียนชื่อดัง “มิยาซาวะ เคนจิ” หลงรัก และมีจุดชมวิวที่สวยงามอย่าง “นานัตสึโมริ”
ที่นี่โดดเด่นด้วยแหล่งออนเซ็นที่หลากหลาย มีทั้งสถานที่ที่แวะไปแช่ได้ง่าย ๆ จนถึงบ่อน้ำพุร้อนลับท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมตลอดปี เช่น ตลาดนัดรถกระบะ เทศกาลท้องถิ่น การชมดาว ใบไม้เปลี่ยนสี และงานประดับไฟฤดูหนาว
นอกจากนี้ยังมีคาเฟและเจลาโต้รสเลิศที่ได้รับความนิยม ให้คุณได้สัมผัสทั้งวิถีชีวิตผู้คนและประสบการณ์ทางธรรมชาติอย่างเต็มที่ ที่สำคัญเมืองนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองที่มองเห็นรุ้งกินน้ำได้บ่อย” ด้วยนั่นเอง
7. เมืองทากิซาวะ (Takizawa)
เมืองแห่งม้าคู่บ้านและทิวทัศน์ตระการตาของภูเขาอิวาเตะ
ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาทางทิศใต้ของภูเขาอิวาเตะ เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและโดดเด่นด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว โดยมีจุดเช็คอินหลักคือ “ฟาร์มโคอิวาอิ” ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน รวมถึงออนเซ็นและลานสกีชื่อดัง นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่นักเขียนชื่อดัง “มิยาซาวะ เคนจิ” หลงรัก และมีจุดชมวิวที่สวยงามอย่าง “นานัตสึโมริ”
ที่นี่โดดเด่นด้วยแหล่งออนเซ็นที่หลากหลาย มีทั้งสถานที่ที่แวะไปแช่ได้ง่าย ๆ จนถึงบ่อน้ำพุร้อนลับท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมตลอดปี เช่น ตลาดนัดรถกระบะ เทศกาลท้องถิ่น การชมดาว ใบไม้เปลี่ยนสี และงานประดับไฟฤดูหนาว
นอกจากนี้ยังมีคาเฟและเจลาโต้รสเลิศที่ได้รับความนิยม ให้คุณได้สัมผัสทั้งวิถีชีวิตผู้คนและประสบการณ์ทางธรรมชาติอย่างเต็มที่ ที่สำคัญเมืองนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองที่มองเห็นรุ้งกินน้ำได้บ่อย” ด้วยนั่นเอง
8. เมืองโมริโอกะ (Morioka)
อุ่นใจไปกับสายน้ำ พื้นที่สีเขียว และอาคารย้อนยุค
ได้รับฉายาว่า “นครแห่งป่าและสายน้ำ” เป็นเมืองรอบปราสาทที่รุ่มรวยด้วยธรรมชาติ มีไฮไลต์คือปราสาทโมริโอกะที่มีกำแพงหินตระการตาตั้งอยู่ใจกลางเมือง และมีแม่น้ำสายสำคัญอย่างนากัตสึ คิตากามิ และชิซุกุอิชิไหลพาดผ่าน เสน่ห์ของที่นี่คือการผสมผสานระหว่างย่านเมืองเก่าและสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกตั้งแต่สมัยเมจิถึงโชวะ ทำให้สัมผัสได้ถึงวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์เป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับการตามรอยวรรณกรรมของนักเขียนชื่อดังอย่าง “มิยาซาวะ เคนจิ” และ “อิชิกาวะ ทาคุโบคุ” ได้อีกด้วย ส่วนด้านอาหารก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งเกษตรกรรมและประมงซันริคุ พร้อมเครื่องดื่มรสเลิศที่มีให้เลือกทั้งสาเก เบียร์ และไวน์ และที่ห้ามพลาดเลยคือ “3 สุดยอดเส้นแห่งโมริโอกะ” อันประกอบไปด้วย โมริโอกะเรเมง (บะหมี่เย็น), จาจาเมง และวันโกะโซบะ ที่รอให้คุณได้ลิ้มลอง
9. เมืองยาฮาบะ (Yahaba)
เมืองแห่งความสดใสที่ผลิบานด้วยทุ่งทานตะวัน
เป็นเมืองที่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์บริเวณเชิงเขานันโช โดยมีสวนธรรมชาติเขานันโชที่มอบทัศนียภาพงดงามตั้งแต่ใบไม้ผลิจนถึงใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนหมู่บ้านน้ำพุร้อนยาฮาบะนอกจากจะเป็นที่พักผ่อนของชาวเมืองแล้ว ยังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจากคุณภาพน้ำแร่ที่ดีเยี่ยม
บริเวณโดยรอบมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งทางเดินป่าและสนามมาเล็ตกอล์ฟ รวมถึงศูนย์กีฬาในร่ม “Jumpaland” ที่สนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีจุดเช็คอินที่น่าสนใจอย่าง “สวนทานตะวันเคมุยะมะ” ที่มีทุ่งทานตะวันบานสะพรั่งกว้างสุดสายตา เป็นเมืองที่พร้อมต้อนรับทุกคนให้มาพักผ่อนและทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกัน
10. เมืองชิวะ (Shiwa)
บ้านเกิดของยอดนักปรุงสาเกนัมบุและเนื้อวัวนุ่มละมุน
เป็นประตูสู่ทิศใต้ของโซนโมริโอกะและฮาจิมันไต เป็นแหล่งเกษตรกรรมชั้นเลิศที่มีทั้งนาข้าว พืชไร่ และสวนผลไม้ที่คึกคักอย่างแอปเปิลและองุ่น โดยเฉพาะข้าวเหนียวสายพันธุ์ “ฮิเมะโนะโมจิ” นั้นมีชื่อเสียงมาก ทำให้มีเมนูจากแป้งโมจิหลากหลายให้ได้ลิ้มลอง
นอกจากนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของ “นัมบุโทจิ” (กลุ่มปรมาจารย์นักปรุงสาเก) จึงโดดเด่นด้วยวัฒนธรรมการบ่มหมักที่มีทั้งสาเกญี่ปุ่นจากโรงกลั่นเก่าแก่ ไวน์จากองุ่นในท้องถิ่น และคราฟต์ไซเดอร์จากแอปเปิล
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีโบราณสถานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับซากาโนอุเอะ โนะ ทามุรามะโระ, ตระกูลโอชูฟุจิวาระ และมินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะ พร้อมทั้งยังสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่าง “ระบำปลูกข้าวแห่งยายะ” ไว้อย่างเหนียวแน่น
11. เมืองอิวะอิซุมิ (Iwaizumi)
ซิมโฟนีแห่งผ่าไม้และสายน้ำ
เมืองที่โอบล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบโทวาดะ และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านมรดกทางอุตสาหกรรมสมัยเมจิที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ อาทิ โรงละครไม้”โคราคุคัง” และ อาคารที่ทำการเหมืองเก่า ที่นี่มีกิจกรรมและเทศกาลที่น่าสนใจตลอดทั้งปี
• มิถุนายน: สัมผัสความหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ใน “เทศกาลดอกอะคาเซีย”
• กรกฎาคม: ร่วมงานเฉลิมฉลอง “เทศกาลริมทะเลสาบโทวาดะ”
• ฤดูหนาว: ดื่มด่ำกับบรรยากาศในงาน “ตำนานฤดูหนาวโทวาดะ”
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทาน ในฤดูใบไม้ร่วงขอแนะนำกิจกรรมเก็บเกี่ยวองุ่นบนที่ราบสูง และลิ้มลอง “ไวน์โคซากะนานาทากิ” ที่ผลิตจากองุ่นป่ารสเลิศ รวมถึงเมนูขึ้นชื่ออย่าง “คัตสึราเมน” ที่ใช้เนื้อหมูคุณภาพแบรนด์ “โมโมะบูตะ”
นอกจากนี้ บริเวณจุดพักรถโคซากะนานาทากิ ยังเป็นที่ตั้งของ “น้ำตกนานาทากิ” ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น เหมาะสำหรับการแวะพักเพื่อสัมผัสความสดชื่นจากธรรมชาติอย่างเต็มที่
12. เมืองมิยาโกะ (Miyako)
เมืองที่เที่ยวได้ครบ… จบทั้งทะเลและภูเขา
ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของเกาะฮอนชู เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทั้งทะเลและภูเขา โดยมีไฮไลต์คือ “โจโดกาฮามะ” ชายฝั่งซันริคุที่สวยงามราวกับแดนสวรรค์ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติรอบภูเขาฮายาจิเนะ นักท่องเที่ยวสามารถสนุกกับกิจกรรมทางธรรมชาติรูปแบบใหม่ ๆ ได้ทั้งการล่องเรือสำราญชมวิวและการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นจุดบรรจบของกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็น ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งประมงชั้นเลิศที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลสดใหม่ ทั้งปลาแซลมอน ปลาซันมะ และหอยเป๋าฮื้อ เมืองนี้จึงพัฒนาขึ้นในฐานะ “เมืองแห่งการประมงและการท่องเที่ยว” โดยมีเมนูยอดฮิตอย่าง “บินดง” หรือข้าวหน้าอาหารทะเลในขวดโหลที่ใครมาก็ต้องลอง
นอกจากนี้ มิยาโกะยังรุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีอย่าง “ระบำกุโรมูริคางูระ” รวมถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับตำนานท่านโยชิตสึเนะและสงครามโบชิน เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ครบครันทั้งด้านธรรมชาติ อาหาร และวัฒนธรรมอย่างแท้จริง
1. เมืองโคซากะ (Kosaka)
สัมผัสเสน่ห์แห่งทะเลสาบ
โทวาดะและกลิ่นอายยุคเมจิ
เมืองที่โอบล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบโทวาดะ และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านมรดกทางอุตสาหกรรมสมัยเมจิที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ อาทิ โรงละครไม้”โคราคุคัง” และอาคารที่ทำการเหมืองเก่า ที่นี่มีกิจกรรมและเทศกาลที่น่าสนใจตลอดทั้งปี
• มิถุนายน: สัมผัสความหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ใน “เทศกาลดอกอะคาเซีย”
• กรกฎาคม: ร่วมงานเฉลิมฉลอง “เทศกาลริมทะเลสาบโทวาดะ”
• ฤดูหนาว: ดื่มด่ำกับบรรยากาศในงาน “ตำนานฤดูหนาวโทวาดะ”
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทาน ในฤดูใบไม้ร่วงขอแนะนำกิจกรรมเก็บเกี่ยวองุ่นบนที่ราบสูง และลิ้มลอง “ไวน์โคซากะนานาทากิ” ที่ผลิตจากองุ่นป่ารสเลิศ รวมถึงเมนูขึ้นชื่ออย่าง “คัตสึราเมน” ที่ใช้เนื้อหมูคุณภาพแบรนด์ “โมโมะบูตะ”
นอกจากนี้ บริเวณจุดพักรถโคซากะนานาทากิ ยังเป็นที่ตั้งของ “น้ำตกนานาทากิ” ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น เหมาะสำหรับการแวะพักเพื่อสัมผัสความสดชื่นจากธรรมชาติอย่างเต็มที่
2. เมืองคาซุโนะ (Kazuno)
เต็มอิ่มกับธรรมชาติและ
มรดกวัฒนธรรมระดับโลก
เมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของอากิตะ โอบล้อมด้วยธรรมชาติของทะเลสาบโทวาดะและฮาจิมันไต เดินทางสะดวกเพียง 1 ชั่วโมงจากเมืองหลัก
ที่นี่โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมเก่าแก่กว่า 1,300 ปี อย่าง ไดนิจิโด บุงากุ, ฮานาวะ บายาชิ และระบำเคมาไน มรดกโลกยูเนสโก พร้อมแหล่งประวัติศาสตร์อย่าง วงหินโอหยุและ เหมืองโอซาริซาวะ
อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะต้นกำเนิดอาหารพื้นเมืองอย่าง “คิริทันโปะ” หรือข้าวสวยตำที่นำมาปั้นเสียบไม้แล้วย่างและยังรายล้อมไปด้วยบ่อน้ำพุร้อนชื่อดังอย่าง หมู่บ้านออนเซ็นฮาจิมันไต และ ยูเซะออนเซ็น จึงเป็นพื้นที่ที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ อาหารเลิศรส และการแช่น้ำแร่ได้อย่างเต็มอิ่ม”
3. เมืองฮาจิมันไต (Hachimantai)
สัมผัสความยิ่งใหญ่
ของธรรมชาติอย่างสบาย ๆ
เมืองท่ามกลางธรรมชาติ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดอิวาเตะ และถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ใจกลางภูมิภาคโทโฮคุตอนเหนือที่เดินทางเข้าถึงได้สะดวกสบาย
ไฮไลต์ของที่นี่คือความยิ่งใหญ่ของแนวเทือกเขาและผืนป่าโบราณในเขตอุทยานแห่งชาติโทวาดะฮาจิมันไต ที่จะเปลี่ยนสีสันอย่างงดงามในช่วงใบไม้ร่วง คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับ “ฮาจิมันไต ดราก้อนอาย” (บึงน้ำรูปดวงตามังกร) สุดมหัศจรรย์ และสัมผัสกำแพงหิมะสูงระฟ้าที่เปิดต้อนรับในแต่ละฤดูกาล
นอกจากนี้ยังมีภูมิประเทศแปลกตาอย่าง “ทุ่งลาวายะเคะฮาชิริ’ ที่เกิดจากพลังของภูเขาไฟ พร้อมแหล่งออนเซ็นหลากสไตล์ให้ได้ผ่อนคลาย ส่วนในฤดูหนาว ที่นี่จะกลายเป็นสวรรค์ของนักเล่นสกีจากทั่วโลกที่หลงใหลในหิมะคุณภาพเยี่ยม ทำให้ฮาจิมันไตเป็นจุดหมายปลายทางที่เที่ยวสนุกได้ครบรสตลอดทั้งปี
4. เมืองอิวาเตะ (Iwate)
เมืองแห่งต้นน้ำที่รื่นรมย์
ด้วยศิลปะและพรรณไม้
โอบล้อมด้วยทิวเขาคิตาคามิและเทือกเขาโออุ ทำให้มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และโดดเด่นด้านการผลิตผักผลไม้รสเลิศจากสภาพอากาศที่มีความต่างของอุณหภูมิสูง
เมืองนี้มีศูนย์กลางการท่องเที่ยวอยู่ที่ “จุดพักรถอิชิงามิโนะโอกะ” ซึ่งผู้มาเยือนจะได้ลิ้มรสกะหล่ำปลีสายพันธุ์พิเศษ “อิวาเตะฮารุมิโดริ” บลูเบอร์รี่สด และเมนูท้องถิ่นหลากหลายรูปแบบ ภายในพื้นที่ยังประกอบด้วยหอศิลป์และสวนสาธารณะที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก” ซึ่งเหมาะสำหรับการชมงานศิลปะควบคู่ไปกับความงามของดอกไม้
นอกจากนี้ เมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะ “เมืองแห่งสายน้ำ” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “น้ำพุยูฮะซุ” ต้นกำเนิดของแม่น้ำคิตากามิอันยิ่งใหญ่ พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านระบำสุนัขจิ้งจอก ในงานประเพณี “เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงคาวากุจิ” โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเยือนได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟท้องถิ่นและรถไฟชินคันเซ็น
5. เมืองคุซุมากิ (Kuzumaki)
เมืองแห่งทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ นมสด ไวน์ และพลังงานสะอาด
เป็นเมืองต้นแบบด้านพลังงานสะอาด ภายใต้สโลแกน “เมืองแห่งเส้นละติจูดที่ 40: ดินแดนแห่งน้ำนม ไวน์ และพลังงานบริสุทธิ์” โดยโดดเด่นเรื่องการใช้พลังงานลมและพลังงานชีวภาพอย่างก้าวหน้า
ในขณะเดียวกัน ที่นี่ถือเป็นแหล่งปศุสัตว์ชั้นนำของภูมิภาคโทโฮคุ คุณจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของฟาร์มบนที่ราบสูง และลิ้มรสผลิตภัณฑ์จากนมคุณภาพเยี่ยม ทั้งน้ำนมสด ชีส และโยเกิร์ตที่ขึ้นชื่อ
ที่นี่โดดเด่นด้านอุตสาหกรรมป่าไม้และมีโปรแกรม “เรียนรู้และสัมผัสธรรมชาติ” ที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังสืบทอดวัฒนธรรมอาหารอย่าง “โซบะทำมือ” และ “ไวน์องุ่นป่า” ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมชมกิจกรรมดั้งเดิมอย่าง “การแข่งสู้วัวกระทิง” ณ ที่ราบสูงฮิระนิวะ ซึ่งสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและประเพณีได้อย่างลงตัว
6. เมืองชิซุกุอิชิ (Shizukuishi)
ทริปชิล ๆ กับฟาร์มและออนเซ็น
ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาทางทิศใต้ของภูเขาอิวาเตะ เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและโดดเด่นด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว โดยมีจุดเช็คอินหลักคือ “ฟาร์มโคอิวาอิ” ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน รวมถึงออนเซ็นและลานสกีชื่อดัง นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่นักเขียนชื่อดัง “มิยาซาวะ เคนจิ” หลงรัก และมีจุดชมวิวที่สวยงามอย่าง “นานัตสึโมริ”
ที่นี่โดดเด่นด้วยแหล่งออนเซ็นที่หลากหลาย มีทั้งสถานที่ที่แวะไปแช่ได้ง่าย ๆ จนถึงบ่อน้ำพุร้อนลับท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมตลอดปี เช่น ตลาดนัดรถกระบะ เทศกาลท้องถิ่น การชมดาว ใบไม้เปลี่ยนสี และงานประดับไฟฤดูหนาว
นอกจากนี้ยังมีคาเฟและเจลาโต้รสเลิศที่ได้รับความนิยม ให้คุณได้สัมผัสทั้งวิถีชีวิตผู้คนและประสบการณ์ทางธรรมชาติอย่างเต็มที่ ที่สำคัญเมืองนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองที่มองเห็นรุ้งกินน้ำได้บ่อย” ด้วยนั่นเอง
7. เมืองทากิซาวะ (Takizawa)
เมืองแห่งม้าคู่บ้านและทิวทัศน์ตระการตาของภูเขาอิวาเตะ
ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาทางทิศใต้ของภูเขาอิวาเตะ เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและโดดเด่นด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว โดยมีจุดเช็คอินหลักคือ “ฟาร์มโคอิวาอิ” ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน รวมถึงออนเซ็นและลานสกีชื่อดัง นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่นักเขียนชื่อดัง “มิยาซาวะ เคนจิ” หลงรัก และมีจุดชมวิวที่สวยงามอย่าง “นานัตสึโมริ”
ที่นี่โดดเด่นด้วยแหล่งออนเซ็นที่หลากหลาย มีทั้งสถานที่ที่แวะไปแช่ได้ง่าย ๆ จนถึงบ่อน้ำพุร้อนลับท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมตลอดปี เช่น ตลาดนัดรถกระบะ เทศกาลท้องถิ่น การชมดาว ใบไม้เปลี่ยนสี และงานประดับไฟฤดูหนาว
นอกจากนี้ยังมีคาเฟและเจลาโต้รสเลิศที่ได้รับความนิยม ให้คุณได้สัมผัสทั้งวิถีชีวิตผู้คนและประสบการณ์ทางธรรมชาติอย่างเต็มที่ ที่สำคัญเมืองนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองที่มองเห็นรุ้งกินน้ำได้บ่อย” ด้วยนั่นเอง
8. เมืองโมริโอกะ (Morioka)
อุ่นใจไปกับสายน้ำ พื้นที่สีเขียว และอาคารย้อนยุค
ได้รับฉายาว่า “นครแห่งป่าและสายน้ำ” เป็นเมืองรอบปราสาทที่รุ่มรวยด้วยธรรมชาติ มีไฮไลต์คือปราสาทโมริโอกะที่มีกำแพงหินตระการตาตั้งอยู่ใจกลางเมือง และมีแม่น้ำสายสำคัญอย่างนากัตสึ คิตากามิ และชิซุกุอิชิไหลพาดผ่าน เสน่ห์ของที่นี่คือการผสมผสานระหว่างย่านเมืองเก่าและสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกตั้งแต่สมัยเมจิถึงโชวะ ทำให้สัมผัสได้ถึงวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์เป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับการตามรอยวรรณกรรมของนักเขียนชื่อดังอย่าง “มิยาซาวะ เคนจิ” และ “อิชิกาวะ ทาคุโบคุ” ได้อีกด้วย ส่วนด้านอาหารก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งเกษตรกรรมและประมงซันริคุ พร้อมเครื่องดื่มรสเลิศที่มีให้เลือกทั้งสาเก เบียร์ และไวน์ และที่ห้ามพลาดเลยคือ “3 สุดยอดเส้นแห่งโมริโอกะ” อันประกอบไปด้วย โมริโอกะเรเมง (บะหมี่เย็น), จาจาเมง และวันโกะโซบะ ที่รอให้คุณได้ลิ้มลอง
9. เมืองยาฮาบะ (Yahaba)
เมืองแห่งความสดใสที่ผลิบานด้วยทุ่งทานตะวัน
เป็นเมืองที่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์บริเวณเชิงเขานันโช โดยมีสวนธรรมชาติเขานันโชที่มอบทัศนียภาพงดงามตั้งแต่ใบไม้ผลิจนถึงใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนหมู่บ้านน้ำพุร้อนยาฮาบะนอกจากจะเป็นที่พักผ่อนของชาวเมืองแล้ว ยังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจากคุณภาพน้ำแร่ที่ดีเยี่ยม
บริเวณโดยรอบมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งทางเดินป่าและสนามมาเล็ตกอล์ฟ รวมถึงศูนย์กีฬาในร่ม “Jumpaland” ที่สนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีจุดเช็คอินที่น่าสนใจอย่าง “สวนทานตะวันเคมุยะมะ” ที่มีทุ่งทานตะวันบานสะพรั่งกว้างสุดสายตา เป็นเมืองที่พร้อมต้อนรับทุกคนให้มาพักผ่อนและทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกัน
10. เมืองชิวะ (Shiwa)
บ้านเกิดของยอดนักปรุง
สาเกนัมบุและเนื้อวัวนุ่มละมุน
เป็นประตูสู่ทิศใต้ของโซนโมริโอกะและฮาจิมันไต เป็นแหล่งเกษตรกรรมชั้นเลิศที่มีทั้งนาข้าว พืชไร่ และสวนผลไม้ที่คึกคักอย่างแอปเปิลและองุ่น โดยเฉพาะข้าวเหนียวสายพันธุ์ “ฮิเมะโนะโมจิ” นั้นมีชื่อเสียงมาก ทำให้มีเมนูจากแป้งโมจิหลากหลายให้ได้ลิ้มลอง
นอกจากนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของ “นัมบุโทจิ” (กลุ่มปรมาจารย์นักปรุงสาเก) จึงโดดเด่นด้วยวัฒนธรรมการบ่มหมักที่มีทั้งสาเกญี่ปุ่นจากโรงกลั่นเก่าแก่ ไวน์จากองุ่นในท้องถิ่น และคราฟต์ไซเดอร์จากแอปเปิล
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีโบราณสถานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับซากาโนอุเอะ โนะ ทามุรามะโระ, ตระกูลโอชูฟุจิวาระ และมินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะ พร้อมทั้งยังสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่าง “ระบำปลูกข้าวแห่งยายะ” ไว้อย่างเหนียวแน่น
11. เมืองอิวะอิซุมิ (Iwaizumi)
ซิมโฟนีแห่งผ่าไม้และสายน้ำ
เมืองที่โอบล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบโทวาดะ และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านมรดกทางอุตสาหกรรมสมัยเมจิที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ อาทิ โรงละครไม้”โคราคุคัง” และ อาคารที่ทำการเหมืองเก่า ที่นี่มีกิจกรรมและเทศกาลที่น่าสนใจตลอดทั้งปี
• มิถุนายน: สัมผัสความหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ใน “เทศกาลดอกอะคาเซีย”
• กรกฎาคม: ร่วมงานเฉลิมฉลอง “เทศกาลริมทะเลสาบโทวาดะ”
• ฤดูหนาว: ดื่มด่ำกับบรรยากาศในงาน “ตำนานฤดูหนาวโทวาดะ”
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทาน ในฤดูใบไม้ร่วงขอแนะนำกิจกรรมเก็บเกี่ยวองุ่นบนที่ราบสูง และลิ้มลอง “ไวน์โคซากะนานาทากิ” ที่ผลิตจากองุ่นป่ารสเลิศ รวมถึงเมนูขึ้นชื่ออย่าง “คัตสึราเมน” ที่ใช้เนื้อหมูคุณภาพแบรนด์ “โมโมะบูตะ”
นอกจากนี้ บริเวณจุดพักรถโคซากะนานาทากิ ยังเป็นที่ตั้งของ “น้ำตกนานาทากิ” ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น เหมาะสำหรับการแวะพักเพื่อสัมผัสความสดชื่นจากธรรมชาติอย่างเต็มที่
12. เมืองมิยาโกะ (Miyako)
เมืองที่เที่ยวได้ครบ…
จบทั้งทะเลและภูเขา
ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของเกาะฮอนชู เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทั้งทะเลและภูเขา โดยมีไฮไลต์คือ “โจโดกาฮามะ” ชายฝั่งซันริคุที่สวยงามราวกับแดนสวรรค์ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติรอบภูเขาฮายาจิเนะ นักท่องเที่ยวสามารถสนุกกับกิจกรรมทางธรรมชาติรูปแบบใหม่ ๆ ได้ทั้งการล่องเรือสำราญชมวิวและการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นจุดบรรจบของกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็น ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งประมงชั้นเลิศที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลสดใหม่ ทั้งปลาแซลมอน ปลาซันมะ และหอยเป๋าฮื้อ เมืองนี้จึงพัฒนาขึ้นในฐานะ “เมืองแห่งการประมงและการท่องเที่ยว” โดยมีเมนูยอดฮิตอย่าง “บินดง” หรือข้าวหน้าอาหารทะเลในขวดโหลที่ใครมาก็ต้องลอง
นอกจากนี้ มิยาโกะยังรุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีอย่าง “ระบำกุโรมูริคางูระ” รวมถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับตำนานท่านโยชิตสึเนะและสงครามโบชิน เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ครบครันทั้งด้านธรรมชาติ อาหาร และวัฒนธรรมอย่างแท้จริง